“ตำรวจ” ยันจับ “ทนายสุกิจ” ไม่เกินกว่าเหตุ – “ทนาย “จี้สภาทนายฯ บอยคอต.ตำรวจ (ชมคลิป)

ตำรวจใช้กำลังจับกุมรุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะตอนที่จับกุมนายสุกิจก็กำลังทำหน้าที่ทนายความอยู่บนโรงพักที่มีตำรวจอยู่เต็มไปหมด ไม่ได้ขัดขืนหรือหลบหนี

0
196
300x250

     “ตำรวจ” แจงจับ!!!!!ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ทนายสุกิจ” กดหัวลงพื้นบน สน.พหลโยธิน ขณะเข้าจับคดีรุกป่า-ครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน ยันไม่เกินกว่าเหตุ ทำตามยุทธวิธี ชี้กฎหมาย ป.วิอาญา

“บุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนีผู้จับกุมใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมแต่ละสถานการณ์”‘บอยคอต’สตช.!ทนายจี้สภาทนายฯเอาคืนตำรวจปมจับ‘สุกิจ’ ไล่ผบ.ตร.อบรมลูกน้อง

“ทนาย -จี้สภาทนายฯ”  บอยคอต….เอาคืนตำรวจปมจับ‘  “ทนาย สุกิจ’” ไล่ผบ.ตร.อบรมลูกน้อง..‘บอยคอต’สตช.!ทนายจี้สภาทนายฯเอาคืนตำรวจปมจับ‘สุกิจ’ ไล่ผบ.ตร.อบรมลูกน้อง

“นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา ” เลขาธิการสภาทนายความ

กล่าวถึงการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ

(อ่านข่าวนี้ด้านล่าง)

    ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความชื่อดัง ในคดีบุกรุกป่าสงวนที่ จ.ตาก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า วันจับกุมได้รับภารกิจให้ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งก่อนที่จะมีการเข้าทำการจับกุมตัวนายสุกิจนั้นก็ได้มีการประชุมวางแผนเตรียมการกันมาเป็นอย่างดี เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าผู้ต้องหานั้นเป็นทนายความมีความรู้ด้านกฎหมายเป็นอย่างดี ตอนแรกต้องการจับกุมตัวแบบละมุนละม่อม เพราะรู้ดีว่าการจับกุมตัวทนายความรายนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องกลับ

       “ขอยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำไปนั้นเป็นไปตามยุทธวิธี ถูกต้องตามขั้นตอน ไม่มีการใช้อาวุธหรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะปฏิบัติตามยุทธวิธีตามกฎหมาย ป.วิอาญา ที่ว่าด้วยบุคคลใดที่ขัดขวางหรือหลบหนีผู้จับกุมสามารถใช้ยุทธวิธีการจับกุมตามความเหมาะสมตามแต่สถานการณ์” พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าว

     รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ก่อนการจับกุมก็ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ได้รับทราบ พร้อมทั้งเชิญตัวไปห้องสอบสวนเพื่อลงบันทึกจับกุมและบันทึกประจำวัน อันที่จริงหลังจากที่มีการแสดงหมายจับและอ่านข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่สามารถใส่กุญแจมือผู้ต้องหาได้เลยเพราะถือว่าอยู่ในขั้นตอนของการจับกุมตัวแล้ว แต่เรายังให้เกียรติไม่ใส่กุญแจมือให้เลยในเวลานั้น แต่ นายสุกิจกลับไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เท่าที่ควร มีการสะบัดมือ ไม่ยอมเข้าไปในห้องสอบสวน จึงทำให้มีการจับกดลงพื้นเพื่อที่ใส่กุญแจมือ

       พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า นายสุกิจนั้นมีความรู้ด้านกฎหมายก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ และรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อถูกจับ อีกทั้งคดีดังกล่าวนั้นมีอัตราโทษสูงจำคุกเกิน 20 ปี นายสุกิจจึงถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญ ส่วนกรณีที่ทางสภาทนายความออกมาบอกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติวิชาชีพทนายความ ในส่วนนี้อยากชี้แจงว่าพวกคุณเข้าใจกฎหมายทุกอย่าง อย่าพยายามสร้างบรรทัดฐานไปในทางที่ไม่ดี ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

       “เมื่อผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องดำเนินการตามยุทธวิธีการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครใหญ่แค่ไหนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่ว่าใหญ่แล้วต้องให้เกียรติ ไม่อย่างนั้นสังคมจะเกิดความสับสน ต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ส่วนกรณีที่มีกระแสว่านายสุกิจจะฟ้องกลับนั้น ฟ้องได้เลยทุกข้อหา เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงกระทำได้อยู่แล้ว และผมเองก็ไม่ได้เป็นกังวลเพราะทำตามหน้าที่และขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาโกรธเคืองกันมาก่อนแต่อย่างใด” รอง ผบก.ป.กล่าว

 “นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา” เลขาธิการสภาทนายความ

กล่าวถึงการจับกุมนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ

ที่อยู่ระหว่างพาลูกความไปแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ว่า การเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล

ตำรวจต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83

โดยก่อนจับกุมต้องแจ้งข้อหาและแสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับกุมทราบ ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ แต่ถ้าผู้ต้องหาหรือบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวาง หรือจะขัดขวางการจับกุม หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธี หรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ดูในคลิปภาพข่าว เห็นว่าตำรวจใช้กำลังจับกุมรุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะตอนที่จับกุมนายสุกิจก็กำลังทำหน้าที่ทนายความอยู่บนโรงพักที่มีตำรวจอยู่เต็มไปหมด ไม่ได้ขัดขืนหรือหลบหนี ไม่มีอาวุธ และนายสุกิจก็อายุมากแล้ว แถมรูปร่างอ้วน แต่ตำรวจชุดจับกุมกลับใช้กำลังล็อคตัว จับคว่ำหน้ากดลงพื้นเอามือมัดไพล่หลัง คนทั่วไปที่เห็นภาพก็มองออกว่าเป็นการจับกุมที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ

“เรื่องนี้มีความน่าเป็นห่วง ขนาดทนายความยังถูกกระทำแบบนี้ ก็มีคำถามตามมาว่าแล้วถ้าเป็นประชาชนจะถูกตำรวจทำแรงกว่านี้หรือเปล่า หรือถ้าไปจับนอกโรงพักที่เปลี่ยวๆมืดๆ คุณสุกิจจะเป็นอย่างไร จะเป็นเหมือนทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่โดนอุ้มหายตัวไปหรือไม่ การกระทำของตำรวจชุดจับกุมเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติอาชีพทนายความเลย ตอนนี้มีทนายความจำนวนมากโทรศัพท์มาสอบถามมากมาย เรียกร้องให้สภาทนายความบอยคอตไม่ร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เข้าร่วมฟังการสอบสวน โดยส่วนตัวก็เกรงว่าจะเกิดการกระทบกับกระบวนการยุติธรรม โดยจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาทนายความลงมติว่าจะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปในวันที่ 28 มิ.ย.นี้” นายสรัลชา กล่าว

นายสรัลชา กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็น ที่ ผบ.ตร.ออกมาระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายสุกิจเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่างนั้น ผบ.ตร.ควรไปอบรมผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าใจกฎหมาย ไม่ใช่มาปกป้องลูกน้องแบบนี้ ทนายความ 8 หมื่นคนทั่วประเทศเห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นการจับกุมที่รุนแรง ทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ คือ ผู้ใหญ่ทั้ง 2 องค์กร ต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างสภาทนายความ และ สตช.ทำความเข้าใจร่วมกันแล้วหาข้อยุติไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก เพื่อไม่ให้เกิดความหมางใจกันระหว่าง 2 องค์กร

 

728x90

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.