#”ประกัน”เบี้ยว!!..”พ่อ-แม่”!!..สุดช้ำ!! เข้าร้อง..”เครือข่ายยุติธรรม-สื่อฯ” เหตุ”รถเบนซ์”ชนลูกสาวนักศึกษากฎหมายปี 4 เสียชีวิต!!..ดับฝันสู่”อัยการ”..”ศาล”สั่งชดใช้เงิน..แต่”ประกัน”ไม่ยอมจ่ายสินไหม 2.5 ล้าน..ไล่ให้ฟ้องเอาเอง!!!

"บริษัทประกันฯ"ที่เบี้ยวชดใช้ค่าเสียหาย เหล่านี้ได้กระทำการขัดต่อความมั่นคง-ต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

0
1240

ดับฝัน!!!!..ผู้ตายมุ่งมั่นอยากเป็น”อัยการ”

“พ่อ-แม่”หมดหนทาง ประกันเบี้ยวจ่าย 2.5 ล้าน ท้า!!!..ไปฟ้องเอาเอง

บ้านเมือง - ชนไม่จ่ายไม่จบ พ่อแม่ช้ำลูกสาวโดนรถชน คปภ.สั่งจ่ายประกันเบี้ยว

“นางสมเร็จ”ผู้เป็นแม่ นั่งร่ำไห้กอดภาพลูกสาว รำพันว่า “ลูก”ฝันอยากเป็นอัยการ ไม่คิดว่า ความฝันของลูกต้องจบลง

“นศ.สาว”ถูก”รถเบนซ์”รถชนท้ายดับอนาจ..คู่กรณียอมรับ แต่ประกันภัยไม่ยอมไม่รับผิดชอบชดใช้เงินเรียกค่าสินไหมทดเเทนอุบัติเหตุ เหตุเกิดที่ จ.บุรีรัมย์…”พ่อ-แม่”ร้องทุกข์ร้องเรียนขอความช่วยเหลือกฎหมายขอความเป็นธรรม

หัวอกพ่อแม่สุดช้ำใจ ลูกสาวเรียนนิติศาสตร์ ปี 4 ถูกรถเบนซ์ชนท้ายเสียชีวิต คู่กรณียอมรับผิด ศาลสั่งบริษัทประกันชดใช้เงิน 2.5 ล้าน แต่ถูกเบี้ยวจ่าย ท้าอยากได้ไปฟ้องเอา วอนช่วยเหลือ แม้แต่เงินทำศพยังกู้มา

วันที่ 24 พ.ย.64

“เครือช่ายยุติธรรม-หนังสือพิมพ์รายวัน “ข่าวประเทศไทย”” โดย นายสิทธิชัย ไชยกิจ (ชัย บางสะแก) ประธานเครือข่าย-เจ้าของ-บรรณาธิการ

เพื่อความเป็นธรรมในสังคม

ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก(“บริษัทประกันแห่งหนึ่ง”) ที่พยายามเบี้ยวการจ่ายเงินสินไหมทดแทน ขอให้ ทางเครือข่ายและหนังสือพิมพ์ ช่วยดำเนินการให้ได้รับความเป็นธรรมต่อกรณีนี้ ด้วยเหตุที่เป็นแค่เพียงชาวนา ไม่มีความสามารถใดๆที่จะดำเนินการเองได้เพราะเป็นชาวนาไม่มีความรู้ใดๆนอกเหนือจากการทำนา-ทำไร่

เบนซ์ชนท้าย นักศึกษาปี4 เสียชีวิต คู่กรณียอมรับผิด เเต่ประกันเบี้ยวไม่ยอม จ่าย

จากการร้องขอความช่วยเหลือนี้ ทางเครือข่ายและ หนังสือพิมพ์ ตรวจสอบแล้วพบว่ามีเหตุแห่งให้การดำเนินการช่วยเหลือด่วน!!

ทั้งนี้ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 9 บ้านพลวง ต.สูงเนิน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ พบกับ “นางสมเร็จ เกรัมย์ อายุ 56 ปี”นำภาพของ”น.ส.พัชราภา หรือน้องหญิง เกรัมย์”ลูกสาววัย 21 ปี นักศึกษา”มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ “สาขานิติศาสตร์ ปีที่ 4 ที่เสียชีวิตจากถูกรถเบนซ์ชนท้ายรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างขับรถกลับบ้าน

“นางสมเร็จ” ผู้เป็นแม่ได้เปิดเผยพร้อมนั่งร่ำไห้กอดภาพลูกสาวที่จากไปด้วยความอาลัย ระบายความในใจว่า “ลูกสาวรักแม่มาก ใครมาว่าแม่ไม่ได้ และเป็นคนพาตนไปหาหมอ ลูกสาวฝันอยากเป็นอัยการ แต่ไม่คิดว่าจะมาอายุสั้นขนาดนี้”

แม่ทุกข์หนัก นศ.ปี 4 ถูกรถเบนซ์ชนดับ ประกันคู่กรณีไม่ยอมจ่าย ไล่ไปฟ้องศาล

ส่วน”นายสมชาย เกรัมย์”อายุ 56 ปี พ่อน้องหญิง ก็เล่าว่าด้วยน้ำตาคลอเบ้า “วันเกิดเหตุทราบเพียงว่ามีรถเก๋งมาชนท้ายลูกสาว เมื่อไปดูพบว่าเป็นรถเบนซ์ มาชนท้ายรถจักรยานยนต์ของลูกสาว รักษาตัวที่”โรงพยาบาลกระสัง” และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

บริษัทประกัน แจงข้อเท็จจริง หลังแม่ร้องทุกข์เบนซ์ชนลูกดับ แต่ไม่จ่าย 2.5 ล.

ขณะนั้นตนและภรรยาอยู่ในอาการเศร้า รู้เพียงว่าคนขับรถเป็นผู้หญิง รับสารภาพว่าขับรถประมาท จึงไปชนท้ายรถลูกสาว และยังเอาเงินมาช่วยจัดงานศพจำนวนเงิน 100,000 บาท ส่วนเงินเยี่ยวยาอื่นๆ คนขับรถบอกว่า รถมีประกันชั้น 1 น่าจะได้รับส่วนต่างอีกนอกจากนี้

ต่อมา”พนักงานสอบสวน” สภ.กระสัง อ.กระสัง ได้ส่งเรื่องฟ้อง”ศาลจังหวัดบุรีรัมย์”กระทั่ง”ศาลชั้นต้นจังหวัดบุรีรัมย์” ตัดสินว่าคนขับรถเป็นฝ่ายประมาท ซึ่งตามแนวทางแล้ว”บริษัทประกัน”จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามเงินที่เอาประกันคือ 2.5 ล้านบาท

และทาง”สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ส่วนกลาง” ก็มีความเห็นควรให้”บริษัทประกันภัย”แห่งนี้ ดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทตามเงื่อนกรมธรรม์ภาคบังคับและภาคสมัครใจ รวมเป็นเงิน 2,500,000 ภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 แต่ก็ล่วงเลยมาจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ได้รับเงินชดเชยหรืออื่นใดจากทางบริษัทประกันฯแม้แต่บาทเดียว!!

มาถึงตอนนี้นอกจากครอบครัวยังไม่ได้รับเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียว บริษัทประกันปฏิเสธการจ่าย อ้างว่าผู้ขับรถเบนซ์ มิได้เป็นฝ่ายการประมาทแต่อย่างใด และให้ตนไปฟ้องร้องต่อศาลต่อไปอีก ยอมรับว่าครอบครัวไม่มีปัญญา เพราะเงินค่าทำศพต้องไปกู้ยืมเงินเขามา ยังต้องส่งดอกมาจนถึงปัจจุบัน จึงมาขอร้องเรียนให้ทาง”เครือข่ายยุติธรรมและหนังสือพิมพ์รายวันข่าวประเทศไทย”” ให้มาเข้าดำเนินช่วยเหลือต่างๆให้เกิดความเป็น”ธรรม-ยุติธรรม”เพราะ”ครอบครัว”ไม่มีทางออก!!!!

บริษัทประกัน แจงข้อเท็จจริง หลังแม่ร้องทุกข์เบนซ์ชนลูกดับ แต่ไม่จ่าย 2.5 ล.

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคดี หลายๆกรณีที่ ทาง”เครือข่ายยุติธรรม-หนังสือพิมพ์รายวัน”ข่าวประเทศไทย” ได้รับเรื่องร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือ จากการที่หลายๆบริษัทประกันต่างๆ ที่มักจะเอาเปรียบผู้เสียหายจากการที่รถถูกชน ทั้งๆที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ก็ต้องได้รับการเดือดร้อนอย่างยิ่งยวด ที่”บริษัทประกันฯ”จะไม่ยอมรับผิดชอบทั้งไม่ยอมจ่ายค่าสินไหม และอย่างดีก็จะให้เข้าซ่อมที่อู่ประกันของบริษัทเอง แต่จ่ายค่าซ่อมให้ราคาอู่ถูกๆ อู่ซ่อมก็จะซ่อมแบบแค่ซ่อมตามราคาให้แค่พอใช้ได้ ใช้ทั้งอุปกรณืและอาหลั่ยเทียม แต่ถ้าหากผู้เสียหายจะซ่อมให้เหมือนสภาพรถเดิมและใช้ชิ้นส่วนแท้ ทั้งๆที่เป็นฝ่ายรถถูกชน กลับจะต้องเป็นฝ่ายต้องจ่ายเงินเพิ่มให้กับอู่ซ่อมอีกต่างหาก ทั้งๆที่รถก็เสียหาย เดือดร้อนทุกกรณ๊ เสียหายมากมายกลับต้องเป็นฝ่ายที่ต้องเสียเงินอีก และถ้าหากจะซ่อมให้ตามสภาพของรถเดิม จะให้ไปฟ้องร้องยัง”ศาล” เอาเอง ซึ่งประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องจำยอมตามเงื่อนไขของ”บริษัทประกัน”นั้นๆ ด้วยไม่มีความรู้ความสามารถ หรือทุนทรัพย์และเวลาที่จะดำเนินการเรื่องเหล่านี้ขึ้นสู่”ศาล”ได้ จึงถือได้ว่า”บริษัทประกัน”เหล่านี้ได้กระทำการขัดต่อความมั่นคง-ต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เพราะเป็นผู้มีอำนาจเหนือสังคมด้วยมีอาชีพด้านนี้ มีทนายประจำบริษัทมีทุนทรัพย์ที่จะดำเนินการต่อสู้คดีในศาล ในขณะที่ประชาชน ต้องหาจ้างทนาย ทั้งค่าฟ้องร้องต่อการฟ้องร้องสู่”ศาล” และเสียเวลาในการประกอบอาชีพหรือการใช้ชีวิตประจำวัน จึงเป็นที่ทราบกันดีผู้เสียหายมักต้องยอม-ยอมรับสภาพการเสียหายอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้โดยตลอดมา ด้งเช่นหนึ่งในหลายๆกรณี ด้านล่างนี้

ผู้ถูกรถชนท้าย ความวุ่นวายของชีวิตเรา เริ่มต้นจาก วินาฑีแรกที่ถูกชนที่แค่ค่าเสียหายของตัวรถยนตร์ที่ถูกชนเท่านั้น (ไม่นับนอกเหนือจากร่างกายจะต้องพบกับการตาย บาดเจ็บ พิการ)

  1. เราต้องหาอู่ที่รับซ่อมรถของทั้ง 2 บริษัทประกันภัยเอง เพราะถ้าแยกกันซ่อมประตูที ท้ายที มันคงจะเสียเวลามาก
  2. พอหาอู่ที่รับซ่อมทั้ง 2 บริษัทประกันนี้ได้แล้ว อู่แจ้งว่าต้องใช้เวลาซ่อมไม่น้อยกว่า 1 เดือน
    เราซึ่งทำเบเกอรี่ส่งตามที่ต่างๆ การไม่มีรถใช้ หรือต้องใช้บริการแท๊กซี่ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากไม่ใช่น้อย
    มีน้องแนะนำให้เราไปเช่ารถมาใช้ในระหว่างซ่อม และต้องเป็นบริษัทที่ให้เช่ารถโดยตรง มีใบเสร็จรับเงินถูกต้อง
    แล้วค่อยไปเบิกกับบริษัทประกันภัย
    ปล.ตอนหลัง อู่ซ่อมรถทำเรื่องโอนให้บริษัทประกันภัยเพียงรายเดียวเป็นคู่กรณี
  3. และที่หนักหนาสำหรับเราคือ เราต้องหาเงินสำรองจ่ายค่าเช่ารถไปก่อน เราเช่าวีออส วันละ 700 บาท เดือนละ 18,000 บาท
    (ซึ่งยังไม่รู้ว่ารถจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ เราใช้วิธีต่อสัญญาทุก 15 วัน นี่ต่อสัญญาครั้งที่ 3 แล้ว)
  4. เราลองโทรติดต่อไปที่บริษัทประกันภัยว่าหากจะต้องทำเรื่องเบิกเงินค่าเช่ารถคืนเอง จะต้องทำอย่างไร และจัดเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
  5. เมื่อบริษัทประกันส่งอีเมล์แจ้งเรามา เราเห็นรายการแล้วรู้สึกโมโหมาก คือทำไมเราเป็นฝ่ายถูกชน เราจะต้องมาเตรียมเอกสารอะไรพวกนี้เยอะแยะมากมาย
  6. และต้องไปติดต่อทำเรื่องเบิกเงินเอง

คือคิดแบบโง่ๆ ว่า หากเราเป็นฝ่ายผิดไปชนเขา แล้วเราต้องมาจัดการเรื่องพวกนี้เอง เราจะไม่รู้สึกโมโหแบบนี้

แต่นี่ …เราเป็นฝ่ายถูกชน เป็นฝ่ายเสียหาย เป็นฝ่ายได้รับความเดือดร้อน แล้วทำไมเราต้องมาเจอเรื่องพวกนี้อีก
เราไม่รู้ว่า บริษัทประกันภัยเป็นแบบนี้ทุกบริษัทหรือไม่ คือมันเป็นทั้งระบบเลยหรือเปล่า

อันที่จริง ความวุ่นวายในชีวิตเราตั้งแต่ข้อ 1-6 ควรจะมีตัวแทนจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณีมาดำเนินการให้ใช่?หรือไม่?

##########

#หนังสือพิมพ์รายวัน”ข่าวประเทศไทย”#ข่าวทั่วไทย-ไกลทั่วโลก#

เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชน ผดุงความธรรมในสังค

#เปิดอ่านทาง WEBSITE: https://www.thailandworldnews.com

#หนังสือพิมพ์รายวัน”ข่าวประเทศไทย##นายสิทธิชัย ไชยกิจ (ชัย บางสะแก) #เจ้าของ-#บรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์รายวัน"ข่าวประเทศไทย"

#ติดต่อกองบรรณาธิการ #..#ประสงค์ ส่งข่าวสาร-ประชาสัมพันธ์ร้องขอความเป็นธรรม”เครือข่ายบุติธรรม”

ส่งเรื่องต่างๆมาที่อีเมล : THAILANDWORLDNEWS@GMAIL.COM

เครือข่ายยุติธรรม

    เพื่อความเป็นธรรมในสังคม

##########

728x90

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.