(#ข่าวอาชญากรรม#-#นสพ.”ข่าวประเทศไทย”#) ด่วน!!! จับ คนพาน้อง”โยโย่” วัย 14 ปีที่หายตัว กว่า 15 วันมีแนวโน้มเรื่องชู้สาว ที่แท้”เพื่อนพ่อ”วัย 52 ปี ” คาห้องพักที่”เฃียงใหม่” (ดูคลิป)

พ่อโยโย่ ครวญ เป็นเพื่อนพ่อ หลงไว้ใจ ทำอย่างนี้ได้อย่างไร

0
260
จับพ่อเพื่อน
พรากผู้เยาว์"น้องโยโย่"
300x250

  

หนังสือพิมพ์รายวัน"ข่าวประเทศไทย"
หนังสือพิมพ์รายวัน”ข่าวประเทศไทย” เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตรย์ ประชาชน เพื่อผดุงความเป็นธรรมในสังคม

เจอตัวแล้ว “น้องโยโย่”

ที่หายตัว กว่า 15 วัน

เบื้องต้นนายรณชิตสารภาพว่า เป็นคนพา

“น้องโยโย่”มายังจ.เชียงใหม่จริง
ส่งหมอตรวจร่างกายน้องโยโย่

หาหลักฐานโดนล่วงละเมิด?

จ่อเพิ่มข้อหาพ่อเพื่อน

ขืนใจ!!

“พ่อ”ลั่นทำแบบนี้ได้ยังไง!

       พ่อโยโย่รับว่าสนิทกับหนุ่มใหญ่ พาลูกสาววัย 14 หนี เด็กเรียก “ลุง” เคยไปส่งที่ ร.ร. ชี้เคยสนิท รณชิต มาก ให้ติดรถกลับบ้านประจำ ลั่นทำแบบนี้ได้ยังไง!
     สำหรับแรงจูงใจนั้นเผยว่า นายรณชิตนั้นมีลูกสาวที่เป็นเพื่อนกับน้องโยโย่ ก่อนจะเกิดการสนิทสนมกัน
เจอข้อหาเบื้องตันเกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร” หากผลตรวจแพทย์พบโดนล่วงละเมิดทางเพศน้องโยโย่ จ่อเพิ่มข้อหาพ่อเพื่อนขืนใจ!!

น้องโยโย่ยังอยู่ในสภาพเครียด”ร้องไห้” มากพ่อรับสนิทหนุ่มใหญ่ พาลูกสาววัย 14 หนี เด็กเรียก "ลุง" เคยไปส่งที่ ร.ร.      เบื้องต้นนายรณชิตสารภาพว่า เป็นคนพาน้องโยโย่มายังจ.เชียงใหม่จริง
เจอตัวแล้ว น้องโยโย่ ไปโผล่ที่เชียงใหม่ หลังหายตัวไปถึง 15 วัน ครอบครัวโล่งใจ น้องปลอดภัยดี สุขภาพแข็งแรงดีตำรวจรุดพูดคุย
น้องโยโย่ จากกรณี น้องโยโย่ (ขอสงวนชื่อจริง) อายุ 14 ปี หายตัวปริศนาตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2561
จากการที่ทางญาติจับสัญญาณตำแหน่งที่อยู่ได้ที่ จ.ระยอง จึงเชื่อว่าน้องโยโย่ถูกลักพาตัวไป
      ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. ครอบครัวได้เดินทางเข้าร้องที่กองปราบ หลังน้องโยโย่หายไป 15 วัน ยังไม่ได้เบาะแส หรือข้อมูลอะไรที่ชัดเจน
พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้เรียกประชุมเพื่อติดตามตัวน้องโยโย่ จนทราบว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. เร่งรัดติดตาม พร้อมกับประสานความร่วมมือกับ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กับ พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ รอง ผกก สส ภ.จว.เชียงใหม่

เบื้องต้นนายรณชิตสารภาพว่า เป็นคนพาน้องโยโย่มายังจ.เชียงใหม่จริง 

(ดูคลิป)

และได้เข้าจับกุมศาลอาญากรุงเทพใต้ มีการออกหมายจับ นายรณชิต ตามหมายจับเลขที่14/2562 ลงวันที่ 10 ม.ค.62 ในข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร”

พาหนะที่พาไป
  จากการตรวจสอบที่ห้องพักรายวันแห่งหนึ่ง ย่านหนองป่าครั่ง ในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามพบตัว “น้องโยโย่” แล้วให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งควบคุมตัวนายรณชิตนั้น

เบื้องต้นพบว่าห้องพักมีการเก็บกวาดทำความสะอาดแล้ว

ขณะที่จากการสอบถามพูดคุยกับทางผู้ดูแลห้องพักรายวันแห่งดังกล่าว ระบุว่า นายรณชิต และ “น้องโยโย่” ที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหานะเดินทาง ได้เข้าพักเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ม.ค.62 เพียงลำพังสองคนที่ห้องพักหมายเลข 108 ซึ่งอยู่ที่ชั้นหนึ่ง

โดยที่นายรณชิต อ้างว่า “น้องโยโย่” เป็นลูกสาวที่พามาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่
แม่บ้านคนดังกล่าวกล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าผิดสังเกตและทั้งสองคนไม่น่าจะเป็นพ่อลูกกันตามที่กล่าวอ้าง เพราะลักษณะการแสดงออก และการดูแล ที่นายรณชิต ปฏิบัติกับ “น้องโยโย่” ทั้งเรื่องอาหารการกินหรือการซักทำความสะอาดผ้าแล้ว น่าจะมีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่เกินเลยมากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังเกตพบด้วยว่านายรณชิต มีการซื้อนมยี่ห้อหนึ่งที่เป็นนมสำหรับผู้หญิงตั้งท้องดื่มบำรุงร่างกายให้ “น้องโยโย่” กิน ซึ่งยังมีกล่องที่กินแล้วทิ้งอยู่ในถุงขยะ และที่เหลือไว้อีกจำนวนหนึ่งด้วย
     พ่อเพื่อนวัย 52 สารภาพ พา น้องโยโย่ หนีเที่ยว และมาเปิดโรงแรมเชียงใหม่

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นการสอบสวนทั้งน้องโยโย่และนายรณชิต

(ดูคลิป)

       ล่าสุด วันที่ 11 ม.ค. 62 ที่ สน.พลับพลาไชย 1 พ่อแม่ของ เด็กหญิง วัย 14 ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพ่อ เผยว่า นับตั้งแต่มีผู้พบตัวลูกสาวแล้ว ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย ซึ่งหากได้เจอก็อยากจะกอดกันเป็นอย่างแรก สำหรับตัว นายรณชิต เองนั้น ตนเชื่อว่าจะเป็นผู้ที่พาลูกสาวตัวเองไปตั้งแต่วันแรกที่ลูกหายตัวไป เพราะมีความสนิทกันมากที่สุด อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อไปหาได้ พ่อของเด็ก เปิดเผยอีกว่า นายรณชิต มีลูกสาวที่โตกว่าและเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเด็ก 14

      ซึ่งมีความสนิทสนมกันมากพอสมควร จึงมักเรียกว่า เป็นลุง ทั้งยังเคยไปเที่ยวไปกินข้าวตามร้านอาหารด้วยกัน ทางครอบครัวจึงเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ โดยผู้ต้องหามักจะพา เด็ก 14 ไปรับส่งที่โรงเรียนในบางเวลา โดยจะมีแม่น้องเขาติดรถยนต์ไปด้วยเป็นประจำ
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นการสอบสวนทั้งน้องโยโย่และนายรณชิตต่างให้การยอมรับว่าพาน้องโยโย่มาด้วย

พ่อเพื่อนวัย 52 สารภาพ พา น้องโยโย่ หนีเที่ยว และมาเ ปิดโรงแรมเชียงใหม่

(ดูคลิป)

       ต่อมาเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 ควบคุม นายรณชิต ผู้ต้องหาตามหมายจับ มาที่ สน.พลับพลาไชย 1 โดย นายรณชิต มีสีหน้านิ่งเฉย ไม่พูดใดๆ ก่อนที่จะควบคุมตัวเข้าห้องสืบสวน สอบปากคำทันที.หนุ่มใหญ่วัย 52 ผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ หลังพา “เด็ก 14” หนีออกจากบ้านนานกว่าครึ่งเดือน ขณะที่พ่อแม่รุดดูหน้า…จากกรณีมีการติดตาม “เด็กหญิงวัย 14 ปี” หายตัวไปจากบ้าน ล่าสุดพบตัวอยู่ที่เชียงใหม่ กระทั่งจับกุม นายรณชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือ ผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร” ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา
นายรณชัย (สงวนนามสกุล) และน.ส.อนันตพร (สงวนนามสกุล) บิดามรรดาของพร้อมด้วยนางสมพิศ (สงวนนามสกุล) ผู้เป็นย่า ด.ญ.ทิพยรัตน์ (สงวนนามสกุล) หรือ น้องโยโย่ อายุ 14 ปี ที่หายตัวไปกว่า 15 วัน นับตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปี 2561 เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อรอรับบุตรสาว หลังจากที่ล่าสุดถูกพบตัวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับ นายรณชิต (สงวนนามสกุล)อายุ 52 ปี ผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานพรากเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีไปจากพ่อแม่ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ขณะที่ ตำรวจนำตัวนายรณชิต มาจากจังหวัดเชียงใหม่ เข้ามายัง สน.พลับพลาไชย 1 ก่อนจะรีบนำตัวเข้าห้องสืบสวน เพื่อ สอบปากคำ ถึงพฤติกรรมโดยละเอียด โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ เผยสาเหตุก่อนที่เด็กจะหาย
 ก็ไม่มีวี่แววอะไรเลย ปกติน้องจะเป็นเรียนพิเศษกับติวเตอร์ตามห้างสรรพสินค้าที่ร้านอาหาร ตนได้เจอกันครั้งล่าสุดหลังจากเข้าไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล จากนั้นเมื่อวันสอบเสร็จก็ไม่พบน้องอีกเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ลูกก็เคยบ่นว่าอยากไปเที่ยว ไปดูหนัง ซึ่งปกติจะพาไปตามสถานที่ต่างๆ ทุกวันเสาร์ แต่เนื่องจากเป็นช่วงที่ตนได้ผ่าตัด และตัวแม่ก็ล้มจนเจ็บขา ล่วงเป็นเวลากว่า 2 เดือน ที่ไม่ได้พาน้องไปไหน ยอมรับว่าไม่ค่อยเปิดรับฟังปัญหาให้กับน้องมากพอสมควร ส่วนความกดดันเรื่องการเรียนนั้น ตนจะเปิดโอกาสให้ลูกความสมัครใจของตัวเองทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า อยากให้ทุกครอบครัวเปิดใจรับฟังปัญหาของเด็ก หากมีเรื่องอะไรก็ขอให้รับฟังกันไว้มากๆ
พาหนะที่พาไป
นางสมพิศ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่ขอพูดถึงเรื่องคดี แต่ยืนยันว่าหากจะมีการดำเนินการอะไรต่อไปก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตอนนี้อยากให้หลานสาวกลับมา เพราะทุกคนในครอบครัวก็พร้อมที่จะคุยด้วยเหตุผลเสมอ ซึ่งปกติเราก็มักจะกอดกันในทุกครั้งที่เจอ ปัญหาครั้งนี้อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจ และรับฟังปัญหาน้อยไป ส่วนเรื่องของผู้ต้องหานั้นยังไม่ขอกล่าวอะไรถึงทั้งนั้น อยากให้ดำเนินกันตามกฎหมายไปก่อน

728x90

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.